หน้าแรก ข่าว ฝากถาม กูรู แนะนำหนังสือ บทความ สมัครสมาชิก เกี่ยวกับเว็บไซต์ ติดต่อเรา
รับฟังย้อนหลังรายการ
“ชี้ทางออก...บอกทางรวย”

รับฟังสดได้ทาง FM 89.5
ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา
16.30 - 17.00 น.
thumb หนังสือ "จัดการภาษีมรดก"
หนังสือ "จัดการภาษีมรดก"
 
 
 
Share    
หนี้ในยามแก่ (ตอนที่ 6)
 

หนี้ในยามแก่ (ตอนที่ 6) 

 

โดย

 

ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร

 

ประธานชมรมคนออมเงิน  www.saverclub.org  สงวนลิขสิทธิ์

 

 

          เราได้เขียนบทความเกี่ยวกับหนี้ในยามแก่มาแล้ว 5 ตอน ดังนั้น จึงมาถึงตอนสุดท้าย ตอนที่แล้วเราเขียนถึงเงินกู้ยืมซึ่งใช้ในการซื้อหรือสร้างบ้านที่อยู่อาศัย และเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นการมีหนี้ในลักษณะสร้างสรรค์ เพราะเป็นการสร้างปัจจัยความสามารถในการดำรงชีพที่ดี และส่งเสริมการมีที่อยู่เพื่อทำมาหากินให้เจริญก้าวหน้า มีตำแหน่งการงานที่สูงขึ้น และรายได้มากขึ้น

 

 

          ตอนนี้เราจะพูดถึงหนี้ที่จำเป็นประเภทที่สาม คือ เงินกู้ยืมในยามฉุกเฉิน กล่าวคือ คนเราหรือครอบครัวอาจจะตกอยู่ในภาวะคับขัน ที่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่กระทันหัน เนื่องมาจาก

 

 

          1.       ป่วยในโรคที่ร้ายแรง ซึ่งปัจจุบันที่พบกันมาก  หลายคนพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งในขั้นที่ร้ายแรง จะเป็นการพบโดยบังเอิญ กระทันหัน หรือสาเหตุอื่น จึงต้องใช้เงินจำนวนมาก เพื่อเป็นทุนใช้ในการเยียวยารักษา หากไม่มีเงินออมหรือเงินสำรอง ก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน โดยหวังว่าเมื่อหายป่วยแล้ว จะสามารถทำงานเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้

 

 

          2.       เกิดภัยพิบัติ เช่น บ้านถูกไฟไหม้ ถึงแม้หลาย ๆ คนจะมีการประกันอัคคีภัย เงินที่ประกันไว้ซึ่งทำมาหลายปีอาจจะไม่พอที่จะซ่อมแซมหรือสร้างบ้านขึ้นใหม่ ปัจจุบันภัยพิบัติไม่ใช่จะมีอยู่เฉพาะไฟไหม้เท่านั้น เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือ ในปี 2554 กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งหลายจังหวัดในภาคเหนือยังประสบกับภาวะอุทกภัย มีน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายเดือน ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความกระทบกระเทือนย่อมใช้เงินจำนวนมากในการซ่อมแซมหรือก่อสร้างที่อยู่ขึ้นใหม่ ร้านค้า อุตสาหกรรม รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในระหว่างน้ำท่วมขังอยู่ และประมาณ 10 ปีมาแล้ว ภาคใต้ทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย คือ ภูเก็ต ก็ประสบกับภัยสึนามิ คือ มีแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำที่กวาดเอาบ้านที่พัก รวมทั้งทรัพย์สิน รถยนต์ต่าง ๆ ที่ชายทะเล เสียหายไปเป็นจำนวนมาก

 

 

          3.       ครอบครัวอาจมีความจำเป็นอย่างอื่นที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น พบว่า บ้านถูกปลวกแทะทำลายเสียหายทั้งหลัง ถ้าไม่รีบซ่อมสร้างขึ้นใหม่ จะทำให้บ้านพังทลาย

 

 

          เหล่านี้หากคุณไม่มีเงินออมเก็บไว้เป็นทุนสำรองเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉินก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงเขียนบทความรวมทั้งได้พูดในรายการวิทยุทาง FM คลื่น 89.5 ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16.30 – 17.00 น. รวมทั้งทางคลื่น 96.5 ของ อสมท. ทุกเช้าวันจันทร์และวันพุธ เวลา 10.35 – 11.00 น. สัปดาห์ละสองวัน เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเรา

 

 

          (1)     ไม่ใช้เงินจนเกินตัว พยายามออมทุกเดือนติดต่อกัน โดยใช้สูตรของชมรมคนออมเงินว่า มี 100 ใช้ 80 ออม 20 รักษาระเบียบวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยต้องทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20-30 ปี

 

 

          (2)     เมื่อออมได้ 20% ทุกเดือน ต่อไปก็ย่อมมีเงินกองทุนที่สามารถนำไปลงทุนหาดอกผลและผลตอบแทนต่าง ๆ ได้ เราต้องยอมรับว่าสมัยนี้การลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูง  ยากยิ่งนัก เพราะดอกเบี้ยก็ต่ำมาก อยู่ในเกณฑ์ปีละ 2-3% ต่อปี ติดต่อกันมาแล้วประมาณ 10 ปี ส่วนคนที่ลงทุนทองคำเคยได้กำไรเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ราคาทองคำตกมากจนบัดนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร ตรงกันข้ามราคาจะอ่อนลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 2557 ราคาไม่ดีเลย ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน ข้าวโพด ถั่วเหลือง หรือแม้แต่ราคาน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ก็ต่ำกว่าบาร์เรลละ 100 เหรียญสหรัฐต่อไปอีกนาน

 

 

          หนี้ในยามแก่เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องพยายามไม่ให้เกิดขึ้น เพราะหากมีหนี้ในช่วงที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือในช่วงวัยกลางคนซึ่งมีระยะเวลาการทำงานเหลืออีกนับสิบปี คุณย่อมมีโอกาสแก้ตัวได้โดยการทำงาน หารายได้มาใช้หนี้ แต่ทว่าในยามแก่ชราใกล้จะเกษียณอายุหรือแม้แต่หลังเกษียณอายุ  โอกาสการทำงานหารายได้แทบจะหมดไปเลยทีเดียว หากไม่มีเงินออมที่ให้ผลตอบแทน ก็จะอันตรายมาก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องมีเงินออมเก็บไว้ตั้งแต่วัย 30 ปีขึ้นไป โดยตั้งเป้าหมายว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 30 ปี จนถึงวันเกษียณ เพื่อสร้างเงินออมให้เพียงพอเอาไว้ใช้ในยามแก่ชรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันคนเรามีอายุยืนยาวมากขึ้น และในยามสูงอายุย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลรักษาสุขภาพและรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วยมากขึ้น คลินิก สถานพยาบาลต่าง ๆ ก็เรียกค่ารักษาแพง ในยามนี้จะไปเบียดใช้ประโยชน์จากบัตรทองเพื่อรักษาพยาบาลในอัตราที่ถูกก็อาจไม่สะดวก บางคนอาจโชคดีที่สมัยทำงานก็ได้เข้าร่วมกองทุนประกันสังคม และแม้ออกจากงานหรือเกษียณอายุแล้วก็ยังคงสภาพสมาชิกของประกันสังคมไว้ ก็จะมีโอกาสใช้ประโยชน์รักษาพยาบาลที่อยู่ในระดับสูงกว่าบัตรทอง

 

 

          ในที่สุดนี้ ขอเตือนให้ตระหนักว่าการมีหนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี แม้ว่าหนี้บางประเภทจะเป็นหนี้ที่สร้างสรรค์ เช่น การกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้าน หรือเพื่อการศึกษา แต่คุณต้องมีเงินออมเก็บไว้ให้เพียงพอ และใช้จ่ายเงินออมเพื่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามฉุกเฉิน ในยามแก่ชรา โอกาสที่จะหาเงินเพื่อใช้หนี้หรือแม้แต่เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็น้อยลง เพราะเราไม่มีแรงที่จะไปหาเงินเดือนค่าจ้างเหมือนอย่างสมัยที่แข็งแรง เป็นหนุ่มเป็นสาว หรือวัยกลางคน ในยามชราจึงต้องระวังตัวให้มาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าให้เกิดหนี้สินหรือภัยพิบัติเป็นอันขาด

 

 

          ทุกท่านควรพิจารณาให้รอบคอบ และขอให้โชคดีมีเงินออมเพียงพอก่อนถึงวัยเกษียณนะครับ

 

 

                                                          ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร