หน้าแรก ข่าว ฝากถาม กูรู แนะนำหนังสือ บทความ สมัครสมาชิก เกี่ยวกับเว็บไซต์ ติดต่อเรา
รับฟังย้อนหลังรายการ
“ชี้ทางออก...บอกทางรวย”

รับฟังสดได้ทาง FM 89.5
ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา
16.30 - 17.00 น.
thumb หนังสือ "จัดการภาษีมรดก"
หนังสือ "จัดการภาษีมรดก"
 
 
 
Share    
ภาษีบริษัทกงสี (ตอนที่ 7)

ภาษีบริษัทกงสี (ตอนที่ 7)

Tax on Holding Company (Part 7)

โดย

ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร

ประธานชมรมคนออมเงิน   www.saverclub.org   สงวนลิขสิทธิ์

 

 

         เมื่อได้จัดตั้งบริษัทกงสีต่างประเทศ (Offshore Holding Company) เพื่อถือกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ทางปัญญาต่าง ๆ (Intellectual Property หรือ IP) ของวงศ์ตระกูล และใช้ประโยชน์สำหรับการให้สิทธิ ไม่ว่าแก่ธุรกิจของบริษัทในกลุ่มของกงสีทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ หรือบริษัทอื่นนอกกลุ่มซึ่งมาขอใช้สิทธิประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้น โดยยินยอมจ่ายค่าสิทธิ (Royalty) ดังนี้บริษัท Holdingจะต้องเสียภาษีจากเงินค่าสิทธิต่าง ๆ โดยวิธีต่อไปนี้

 

         1.      โดยการสำแดงรายรับในประเทศที่บริษัทตั้งอยู่แล้วจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราของกฎหมายในแต่ละท้องถิ่น

 

         2.      เมื่อมีการจ่ายค่าสิทธิให้แก่บริษัทผู้ให้สิทธิ กฎหมายในประเทศของผู้จ่ายอาจบังคับให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ก็ได้

 

         ดังนั้น หากบริษัท Holdingนี้ตั้งอยู่ในดินแดนซึ่งไม่เก็บภาษี (Tax Free Territory) โอกาสที่จะเสียภาษีมีกรณีเดียวคือ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายมาจากต้นทางตาม 2. ข้างต้น

 

         อย่างไรก็ตาม บริษัท Holdingสามารถวางแผนภาษีในรูปต่าง ๆ เพื่อที่จะให้

 

         (1)    ได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (Exemption from Withholding Tax)  เช่น จ่ายเป็นค่าบริการ แทนที่จะเป็นค่าสิทธิ  ค่าบริการไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย

 

         (2)    ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราต่ำ (Low Withholding Tax Rate)

 

         ในกรณีปกติถ้ามีการหักภาษี ณ ที่จ่าย อัตราจะอยู่ที่ 15%ของค่าสิทธิ ยกตัวอย่างตามกฎหมายไทยมาตรา 70 ของประมวลรัษฎากรกำหนดว่า การจ่ายค่าสิทธิไปยังบริษัทต่างประเทศซึ่งไม่มีสำนักงานในประเทศไทย คือ เป็น Foreign Non Resident Company ผู้จ่ายจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ส่วนกรณีบริษัทผู้รับจะสามารถใช้เครดิตภาษีที่ถูกหักไว้ในประเทศที่บริษัทนั้นตั้งอยู่ได้หรือไม่ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นที่บริษัทHolding นั้นตั้งอยู่

 

         อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะลดลงให้ต่ำกว่า 15% ก็ได้ ผมขอยกตัวอย่าง คือ ส่วนใหญ่การหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราต่ำจะเป็นรูปการใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างประเทศผู้จ่ายกับประเทศผู้รับ หากจะดูตัวอย่างจากอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งสหรัฐอมเริกาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีซึ่งเก็บจากเงินได้ ซึ่งมีการลงนามกันที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2539 คือ เมื่อ 20 ปีมาแล้ว ส่วนวันเริ่มใช้บังคับของอนุสัญญามีดังนี้

 

         1.      วันที่ 1 มกราคม 2541 สำหรับภาษีเงินได้

 

         2.      วันที่ 1 มิถุนายน 2541 สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย

 

         โดยมีหมายเหตุกำกับว่า อนุสัญญาฉบับนี้ไม่ใช้บังคับกับภาษีอากรในประมวลรัษฎากรดังต่อไปนี้

 

         (1)    ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax)

 

         (2)    อากรแสตมป์

 

         ตาม ข้อ 12. ของอนุสัญญาฯ ฉบับนี้ ค่าสิทธิได้กำหนดให้มีการลดอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นสามกรณีดังนี้

 

         ก)     ร้อยละ 5 ของจำนวนค่าสิทธิทั้งสิ้น  สำหรับการใช้ หรือสิทธิในการใช้ ลิขสิทธิ์ใด ๆ ในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์และฟิล์มภาพยนตร์ และงานฟิล์ม เทป หรือการกระทำอื่น ๆ เพื่อถอดแบบสำหรับการใช้ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายเสียงของวิทยุหรือโทรทัศน์

 

         ข)      ร้อยละ 8 ของจำนวนค่าสิทธิทั้งสิ้น สำหรับการใช้หรือสิทธิในการใช้อุปกรณ์ทางอุตสากรรม พาณิชยกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือ

 

         ค)     ร้อยละ 15 ของจำนวนค่าสิทธิทั้งสิ้น สำหรับการใช้หรือสิทธิในการใช้สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตรลับ หรือกรรมวิธีลับใด ๆ หรือเพื่อข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์

 

         ปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีของโลกได้พัฒนาไปมาก ทำให้การจ่ายเงินในบางกรณีแม้จะไม่มีสภาพเป็นค่าสิทธิหรือไม่ได้เรียกว่าเป็นค่าสิทธิโดยชัดแจ้ง แต่ประมวลรัษฎากรก็ดี หรืออนุสัญญาเว้นการเก็บภาษีซึ่งประเทศไทยทำไว้กับประเทศต่างๆ  ในปัจจุบันมี 60 ประเทศ ได้กำหนดถึงกรณีการจ่ายเงินที่คล้ายคลึงกันให้ถือเป็นการจ่ายค่าสิทธิด้วย ดังข้อ ข) ข้างต้นเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ดังนี้ การจ่ายค่าเช่าหนือค่าตอบแทนสำหรับเครื่องมืออุปกรณ์ที่อุตสาหกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ก็อาจถือเป็นการจ่ายค่าสิทธิได้

 

         ในที่สุดแม้ว่าบริษัทHoldingดังกล่าวจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าสิทธิที่ได้รับจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกก็ตาม แต่ต้องถือว่าเป็นการวางแผนภาษีที่รอบคอบ และใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะนอกจากมีโอกาสเสียภาษีในอัตราต่ำแล้ว บริษัท Holding ประเภทนี้ยังให้ผลประโยชน์ในทางธุรกิจอีกหลาย ๆ ประการ ซึ่งในฉบับต่อไปเราจะกล่าวถึงประโยชน์เหล่านี้ให้ละเอียดมากขึ้น เช่น

 

         (1)    ความคล่องตัวในสมรรถนะเชิงทางพาณิชย์  (Commercial Competitiveness and Flexibility)

 

         (2)    การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาไม่ให้ถูกผู้อื่นละเมิด (Protection of Intellectual Property หรือ IP)

 

         (3)    การรักษาความลับของทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพย์สมบัติของกงสี  (Confidentiality of the IP and Family Wealth)

 

         (4)    ประโยชน์อื่น ๆ อาทิ กรณีมีการจำหน่ายจ่ายโอนบริษัท Holding เหล่านี้ไปให้แก่ผู้สนใจ (Disposal of Holding Company) แล้วเสียภาษีน้อยลง

 

         ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

 

                                                   ดร. สุวรรณ